2005/Nov/08

อ่านตอนเก่าๆ คลิกที่ลิ้งค์ข้างล่างครับ

ตอนที่ 1: หนีห่าวเซี่ยงไฮ้

ตอนที่ 2: หังโจว ดินแดนในฝัน

ตอนที่ 3: เยือนวัดจี้กง

ตอนที่ 4: ชิมชาหลงจิ่ง ชมโชว์ราชวงศ์ซ่ง

ตอนที่ 5: ซูโจว เวนิสแห่งเมืองจีน

ตอนที่ 6: อู๋ซี เมืองไข่มุกและพระใหญ่ที่สุดในโลก

ผมและครอบครัวมีกำหนดเดินทางไปเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ในวันอาทิตย์ที่ 30 ที่ผ่านมาโดยไปกับทัวร์
ตอนแรกนึกว่าจะสบาย ไม่มีปัญหาอะไร แต่เอาเข้าจริงก็เริ่มมีปัญหาตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเครื่องเลย!

เราเดินทางกันห้าคน พ่อแม่ พี่สองคน และผม โดยแยกกันขึ้นแท็กซี่สองคัน
พ่อกับพี่ชายออกไปก่อน ที่เหลือนั่งอีกคันตามมา
พอถึงดอนเมืองก็ตรงไป Check In ที่เคาน์เตอร์ ซึ่งต้องผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ก่อน
ระหว่างรอกระเป๋าอยู่นั้นพวกเราก็เอะใจว่า ทำไมกระเป๋ามันออกมาจากเครื่องไม่ครบ หายไปใบหนึ่ง
ตอนแรกเข้าใจว่าของในกระเป๋ามีปัญหาไม่ผ่านเครื่อง ก็รอกันอยู่พักนึง
เจ้าหน้าที่เค้าก็งง เพราะว่าเค้าก็พยายามเลื่อนสายพานยังไงมันก็ไม่มี

พวกเรามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ในที่สุดก็รู้ว่า พ่อผมลืมหยิบกระเป๋าลงมาจากแท็กซี่หนึ่งใบ
เป็นกระเป๋าของพี่สาวผม เราก็นึกหาวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันก่อน
โดยระหว่างนั้นแม่ผมก็หันไปดุว่าพ่ออย่างอารมณ์เสีย ซึ่งเค้าสองคนชอบทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ ทะเลาะกันแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ

ตอนนั้นเราคิดว่ายังไงก็คงไม่ได้กระเป๋าคืนแน่ๆ เพราะไม่มีใครจำทะเบียนรถแท็กซี่เอาไว้
จึงวางแผนว่าคงมาซื้อเสื้อผ้าใส่กันที่เซี่ยงไฮ้เลย
ระหว่างนั้นผมคิดว่าน่าจะลองโทรไป จส 100 ดู เผื่อฟลุ๊คว่าแท็กซี่ฟังอยู่เค้าจะย้อนเอากลับมาคืน
ก็โทรไปแจ้งที่เบอร์ 1137 เจ้าหน้าที่ก็รับเรื่องไว้ แต่ผมไม่รู้ว่าเค้าประกาศออกวิทยุหรือเปล่า เพราะไม่มีวิทยุฟัง
ได้แต่รอโทรศัพท์ติดต่อกลับถ้าหากเค้าตามเรื่องได้

ส่วนพี่ชายผมก็ไปเดินตามหาจุดประชาสัมพันธ์เพื่อฝากเรื่องไว้
ยังนับว่าเราโชคดีอยู่บ้างที่คนขับแท็กซี่เค้าเห็นว่าเราลืมกระเป๋า เลยจอดรถแล้วเอามารอคืนที่ประชาสัมพันธ์พอดี
โชคดีจริงๆ กว่าจะเสร็จเรื่องเล่นเอาตื่นเต้นไปตามๆ กัน

เราเดินทางด้วยสายการบิน Air India ซึ่งราคาถูกน่าจะที่สุดแล้ว
ก่อนเดินทางก็ชอบมีคนขู่ว่าเครื่องเหม็น แต่เอาเข้าจริงก็ปกตินะ ไม่ได้เหม็นอะไร
แถมบนเครื่องก็เต็มไปด้วยคนไทยที่มากับกรุ๊ปทัวร์เกือบห้าสิบคน

เราออกเดินทางจากดอนเมืองประมาณ 15.15 น.
บนเครื่องเริ่มเสริฟด้วยน้ำส้มก่อน รสชาติไม่ค่อยดี มันเปรี้ยวและขมมาก ไม่เหมือนน้ำส้มที่กินที่เมืองไทย
ส่วนขนมขบเคี้ยวก็เป็นมันฝรั่งทอด ซึ่งก็เค็มและเผ็ดไม่ค่อยอร่อยเลย

มาถึงอาหาร หัวหน้าทัวร์เราขอไว้ให้เสริฟเป็นอาหารไทย
ในชุดก็ประกอบด้วยข้าวราดปลาผัดเต้าซี่ สลัดผัก ขนมปังก้อนเล็ก เนย แล้วก็มีโยเกิร์ตรสธรรมชาติ (เปรี้ยวปิ๊ส) แล้วก็มีของหวานของอินเดียมั๊ง มันคล้ายๆ ข้าวโอ๊ตหรือธัญพืชอะไรซักอย่างเอาไปต้ม รสชาติก็คล้ายๆ ข้าวเหนียวเปียกบ้านเราแหละ แล้วก็มีโรยลูกเกดนิดหน่อย สรุปว่าอาหารพอใช้ได้


จากนั้นผมก็นอนหลับๆ ตื่นๆ จนมาตื่นเต็มตาก่อนฟ้าพลบค่ำ
ได้ถ่ายรูปเอาไว้ด้วย ฟ้าสีสวยจริงๆ แต่ให้ความรู้สึกเศร้ามาก มันดูอ้างว้าง เปล่าเปลี่ยวจริงๆ
ในเสี้ยวหนึ่งของความคิด ผมก็อยากให้เค้ามาเที่ยวด้วยกันนะ
อยากให้เค้ามีความสุข แต่มันคงยังเป็นไปไม่ได้ในวันนี้ ก็เท่านั้นเอง


ประมาณ
4 ชั่วโมงเราก็มาถึงสนามบินผู่ตง ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่และทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
ผนังอาคารกรุกระจกโดยรอบให้ความรู้สึกโปร่งใส โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่เปิดไฟสว่าง ทำให้ดูยิ่งใหญ่มาก

หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เราก็ขึ้นรถโค้ชมายังโรงแรม
ระหว่างที่ขับออกจากสนามบินก็จะมองเห็นทางด่วนที่สร้างพาดยาวตลอดแนว พร้อมประดับไฟอย่างสว่างไสว ส่วนตัวสนามบินอยู่ตรงกลาง มองดูเหมือนตัวมังกร (ทางด่วน) คาบลูกแก้วอยู่ (ตัวสนามบิน) สวยงามมาก เสียดายถ่ายรูปไม่ได้เพราะรถวิ่งอยู่ แถมมีแสงสะท้อนจากกระจกรถ

สภาพเมืองเซี่ยงไฮ้ สิ่งที่เด่นมากคือถนนหนทาง กว้างขวางสะดวกสบาย แต่รถวิ่งยังไม่มากนัก
อาจจะเพราะว่าดึกแล้ว อีกอย่างอากาศเริ่มหนาวแล้ว อุณหภูมิตอนค่ำน่าจะซักประมาณ
10-15 องศาได้
คนก็ไม่ออกมาเที่ยวกัน มักจะหลบหนาวอยู่ตามบ้านมากกว่า


คืนนี้เราเข้าพักที่โรงแรม
Yunting Holiday ซึ่งเป็นโรงแรมใหม่ ใกล้ๆ สนามบิน
สภาพโรงแรมใช้ได้เลยแหละ อะไรๆ ก็ยังใหม่อยู่ เราประเดิมอาหารมื้อแรกในแผ่นดินใหญ่ด้วยอาหารชุด
มีโจ๊กไข่เยี่ยวม้า ผัดเซอเรอรี่ (คื่นฉ่ายฝรั่ง) ปอเปี๊ยะทอด แมงกระพรุนผัดน้ำมันงา ขาไก่เต้าซี่ แล้วก็ของทอดคล้ายๆ เกี๊ยวซ่า
ของหวานเป็นเหมือนบัวลอยแต่ว่าไม่อร่อยเลยสู้บัวลอยไทยไม่ได้
แล้วก็ปิดท้ายด้วยผลไม้คือแตงโม กับ แคนตาลูป


พนักงานที่โรงแรมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เราต้องใช้ภาษาใบ้กันตลอด แต่ก็เป็นที่เข้าใจกัน
เราพยายามจะขอน้ำเปล่า แต่ว่าไม่มี เพราะคนที่นี่ดื่มแต่ชาร้อน หรือไม่ก็น้ำอัดลมไปเลย แถมไม่มีน้ำแข็งด้วย ต้องขอน้ำดื่มเป็นขวดจากหัวหน้าทัวร์
ที่เล่าเรื่องพนักงานเนี่ยจะบอกว่า คนจีนหน้าตาดีๆ เยอะเลย ยิ่งใครชอบอาหมวย อาตี๋ นะ เตรียมเช็ดน้ำลายได้เลย ก็ขนาดเด็กเสริฟยังหล่อ สวย เล่าเอาเคลิ้มเลยแหละ โอ๊ยยยยย น่ารักกกกกกก


เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวเมืองหังโจวกัน โปรดติดตาม

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โชคดีมากๆ เลยครับที่ได้กระเป๋าคืน แท็กซี่ใจดีจริงๆ
#1  by  คุณน้องเต้ At 2005-11-09 01:41, 
อืม..แท็กซี่ ดีๆก็มีเยอะนะครับ...
อยากไปบ้างจัง..ชอบครับ
สาวๆหมวยๆๆ..
#2  by  kemkem At 2005-11-09 09:16, 
ชอบครับ เรื่องน่าอ่านอีกแล้ว
#3  by  Soup At 2005-11-09 10:23, 
อือ ชอบอาตี๋อยู่เหมือนกันนะครับ

รีบมาเล่าต่อนะครับ อยากฟังอีก (อ่านอีก ตะหาก)

#4  by  * ~ หัวใจเดินทาง ~ * At 2005-11-09 14:35, 
กากจิ้งบๆๆ
#5  by   (202.57.166.250) At 2007-11-12 13:30, 
tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry ดีผมกบ
#6  by   (202.57.166.250) At 2007-11-12 13:31, 

<< Home